เรื่องต้องรู้ก่อนทำฟิลเลอร์ และข้อสำคัญควรปฏิบัติหลังทำ

เรื่องต้องรู้ก่อนทำฟิลเลอร์ และข้อสำคัญควรปฏิบัติหลังทำ

เรื่องต้องรู้ก่อนทำฟิลเลอร์ และข้อสำคัญควรปฏิบัติหลังทำ


           เมื่ออายุเริ่มมากขึ้น ผิวพรรณก็จะเสื่อมสภาพลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะการผลิตคอลลาเจนใต้ชั้นผิวหนังที่ค่อย ๆ ลดลงไปตามธรรมชาติ ซึ่งปัจจัยอื่น ๆ เช่น ความเครียด นอนดึก หรือการดื่มน้ำน้อยก็ล้วนส่งผลกระทบต่อผิวหน้าของเราได้เช่นกัน ซึ่งการดูแลผิวด้วยการล้างหน้าและใช้ครีมบำรุงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ การฉีดฟิลเลอร์จึงเป็นเทรนด์ความงามที่ได้รับความนิยมอย่างมากในยุคปัจจุบัน

 

ฟิลเลอร์คืออะไร?

           ฟิลเลอร์ คือ สารเติมเต็ม Hyaluronic Acid ซึ่งเป็นสารที่เลียนแบบมาจากสารประกอบของคอลลาเจนที่มีอยู่แล้วในผิวหนังของคนเรา ใช้สำหรับเติมเต็มในส่วนที่ต้องการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ เช่น ริ้วรอย ร่องลึก ซึ่งจะช่วยทำให้ผิวของคุณดูเต่งตึง กระชับ อีกทั้งยังเข้าไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในร่องลึกขึ้นมาทดแทนส่วนที่สูญเสียไปให้ผิวกลับมาเรียบเนียนขึ้นอีกด้วย ในปัจจุบันมีทั้งฟิลเลอร์แบบถาวร และกึ่งถาวร แต่ประเภทที่แพทย์นิยมจะเป็นแบบกึ่งถาวร ซึ่งก็คือสาร Hyaluronic Acid หรือ HA FILLER เนื่องจากมีความปลอดภัยสูง เพราะเป็นสารธรรมชาติที่สลายได้เอง 100% มั่นใจได้ว่าปลอดภัย ไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ได้ง่าย และไม่ทิ้งสารตกค้างที่เป็นอันตราย


การฉีดฟิลเลอร์แก้ไขอะไรได้บ้าง?

1. ช่วยเติมเต็มริ้วรอยและร่องลึก เช่น บริเวณหน้าผาก รอบดวงตา ร่องแก้ม ร่องมุมปาก คอ ฯลฯ

2. ช่วยในเรื่องของการเติมเต็ม เช่น คนที่มีปัญหาหน้าผากแบน แก้มตอบ ขมับตอบ คางสั้น จุดที่ได้รับการฉีดฟิลเลอร์จะฟูดูอวบอิ่ม ดูมีน้ำมีนวล

3. ช่วยยกกระชับใบหน้าให้ผิวเรียบเนียน เต่งตึง แลดูอ่อนกว่าวัย บวกกับคุณสมบัติอุ้มน้ำของฟิลเลอร์ จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ทำให้ผิวเปล่งปลั่ง และชะลอการเกิดริ้วรอยในอนาคตได้

4. ช่วยปรับรูปหน้าให้มีมิติ ปรับกรอบหน้าให้ชัดเจน ดูคมชัดและได้สัดส่วนเข้ารูปมากขึ้น เช่น การเติมฟิลเลอร์บริเวณหน้าผาก ขมับ กรอบหน้า และคางที่จะทำให้ใบหน้าแลดูหวาน ดูละมุนขึ้นอีกด้วย


ข้อควรปฏิบัติหลังฉีดฟิลเลอร์

- ดื่มน้ำวันละ 1.5-2 ลิตร เพราะฟิลเลอร์เป็นสารอุ้มน้ำ การดื่มน้ำตามมาก ๆ จะช่วยให้ฟิลเลอร์ฟูได้รูป

- หลังฉีดฟิลเลอร์อาจมีอาการปวดหรือบวมแดง สามารถทานยาพาราเซตามอล เพื่อบรรเทาอาการปวดได้ ซึ่งอาการปวดบวมแดงช้ำจะหายไปได้เองใน 1-2 วัน

- สามารถทาครีมบริเวณรอบเข็มและแต่งหน้าได้ทันทีหลังฉีดฟิลเลอร์

ข้อควรระวังหลังฉีดฟิลเลอร์

- เลี่ยงการกด นวด หรือสัมผัสแรง ๆ ในบริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์ ประมาณ 2 สัปดาห์ เพื่อไม่ให้ฟิลเลอร์เคลื่อนที่ผิดตำแหน่ง

- หลีกเลี่ยงแสงแดดและความร้อนทุกชนิดอย่างน้อย 48 ชั่วโมง เช่น การเข้าซาวน์น่า การอาบน้ำอุ่น ไดร์ผม รวมไปถึงหมูกระทะ ปิ้งย่าง ชาบู เพราะความร้อนจะทำให้ผิวยืดหดมากกว่าปกติ ส่งผลต่อการเซตตัวของฟิลเลอร์ รวมถึงยังอาจทำให้เกิดการระคายเคืองหรือผื่นขึ้นได้

- หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายอย่างหนักในช่วง 2 วันแรก เพื่อไม่ให้ร่างกายสูญเสียน้ำ เพราะอาจส่งผลให้ผิวหนังสูญเสียความชุ่มชื้น และการเคลื่อนไหวอย่างรุนแรงอาจทำให้ฟิลเลอร์เสียรูปได้

- งดเลเซอร์และกำจัดขนด้วยวิธีต่าง ๆ อย่างน้อย 1 เดือน เพราะผิวหนังบริเวณที่ฉีดอาจมีความบอบบางลงชั่วคราว อาจทำให้ผิวเกิดการระคายเคือง เสี่ยงต่อการอักเสบและติดเชื้อได้ 

- งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หลังฉีด 2-3 วัน เพราะจะทำให้เลือดสูบฉีด อาจทำให้เกิดอาการบวมแดง หรือเขียวช้ำมากขึ้นได้

 

        แม้ในปัจจุบันจะมีหลากหลายสถาบันความงามที่ให้บริการฉีดฟิลเลอร์ แต่ไม่ใช่ทุกที่จะเข้าใจปัญหา และความต้องการของผู้เข้ารับบริการเป็นอย่างดี ทางที่ดีควรเลือกสถาบันเสริมความงามที่เข้าใจปัญหา ด้วยประสบการณ์จากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่อยู่ในวงการความงามมานับสิบปี ไว้ใจให้ DOCTOR MEK CLINIC  เติมเต็มความมั่นใจให้คุณ สาขากรุงเทพ ที่โครงการ STADIUM ONE ถนนพระราม 1 และ DOCTOR MEK CLINIC  สาขาสุราษฎร์ธานี ติดต่อ. 064-946-1988 และ 077-272-007


26 กุมภาพันธ์ 2565
Promotion News